นอกจากนี้ หากระบบโซลาร์เซลล์ของคุณผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าที่ใช้ บริษัทไฟฟ้าบางแห่งจะจ่ายเงินให้คุณสำหรับไฟฟ้าส่วนเกินนั้น ผ่านระบบที่เรียกว่า “เน็ตมิเตอร์ริ่ง (Net Metering)” ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่คุณอาศัยอยู่ คุณอาจมีสิทธิ์ได้รับเงินสนับสนุน เงินคืน หรือเครดิตภาษีจากภาครัฐและท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากยิ่งขึ้น
แม้ว่าจำนวนเงินที่ประหยัดได้จะแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น อัตราค่าไฟฟ้าในปัจจุบันของคุณ แต่สำหรับเจ้าของบ้านส่วนใหญ่ การลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์ถือเป็นการตัดสินใจทางการเงินที่ชาญฉลาด!
ในหลายพื้นที่ การลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าบ้านได้มากกว่าการปรับปรุงห้องครัวเสียอีก! ทั้งนี้ ระดับการเพิ่มขึ้นของมูลค่าบ้านจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้ง อัตราค่าไฟฟ้าในพื้นที่ และรูปแบบการเป็นเจ้าของระบบโซลาร์เซลล์
แม้แต่ระบบขนาดเล็กก็ยังช่วยลดค่าไฟฟ้าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ ไม่ว่าคุณจะต้องการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ครอบคลุมทั้งบ้านหรือเพียงแค่ช่วยเสริมบางส่วน พลังงานแสงอาทิตย์ก็ถือเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับบ้านของคุณ
1. เงาบดบัง (Shading): แม้เพียงเงาเล็กน้อยก็สามารถส่งผลต่อปริมาณพลังงานที่แผงผลิตได้ หากมีปัญหาเรื่องเงา การใช้ไมโครอินเวอร์เตอร์หรือออปติไมเซอร์จะช่วยแยกแผงที่ทำงานได้ต่ำออกจากแผงอื่น ๆ ทำให้ระบบโดยรวมมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2. ความร้อน (Heat): อุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้แรงดันไฟฟ้าในเซลล์แสงอาทิตย์ลดลง ส่งผลให้ผลิตพลังงานได้น้อยลง การติดตั้งแผงให้มีการไหลเวียนอากาศที่ดีใต้แผงจะช่วยระบายความร้อนและรักษาประสิทธิภาพได้
3. สิ่งสกปรก (Soiling): ฝุ่น ใบไม้ และเศษสิ่งสกปรกต่าง ๆ สามารถบดบังแสงแดดไม่ให้ถึงแผงได้ การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและทำให้แผงทำงานได้เต็มที่
4. ทิศทางและมุมเอียง (Orientation and Tilt): เพื่อให้ผลิตพลังงานได้มากขึ้น แผงโซลาร์เซลล์ควรหันไปทางทิศใต้ (ในซีกโลกเหนือ) และปรับมุมเอียงให้ใกล้เคียงกับละติจูดของพื้นที่ เพื่อรับแสงแดดได้ดีที่สุดตลอดทั้งปี
5. คุณภาพของระบบ (System Quality): คุณภาพของการติดตั้งและการเดินสายไฟมีความสำคัญมาก หากติดตั้งไม่ดีอาจทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานหรือปัญหาด้านความปลอดภัย ดังนั้นควรลงทุนในระบบและการติดตั้งที่มีคุณภาพสูง
การเลือกผู้ติดตั้งที่ได้รับใบอนุญาต เช่น FusionSolar จะช่วยให้คุณมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากทีมงานผ่านการฝึกอบรมและการทดสอบอย่างเข้มข้น อีกทั้งคุณยังสามารถตรวจสอบใบรับรองต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก
หากหลังคาของคุณอยู่ในสภาพดี ทีมติดตั้งจะสามารถดำเนินงานได้อย่างปลอดภัยและเป็นมืออาชีพ ช่วยให้คุณเริ่มต้นใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างสบายใจและไร้กังวล
เพื่อการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คุณยังสามารถเพิ่มระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) เข้าไปในระบบโซลาร์ของคุณได้ โซลูชัน PV และ ESS ของ FusionSolar มาพร้อมระบบจัดการอัจฉริยะที่ช่วยวางแผนการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ แบตเตอรี่ และโครงข่ายไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงอัตราค่าไฟและพฤติกรรมการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน แนวทางนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและยังสามารถลดค่าไฟฟ้าของคุณได้อีกด้วย
หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีอัตราค่าไฟแบบแปรผันตามช่วงเวลา (Time-of-Use) คุณสามารถเก็บไฟฟ้าที่มีราคาถูกกว่าในช่วงกลางวันหรือบ่ายไว้ใช้ในช่วงเย็นที่ค่าไฟแพงขึ้น ซึ่งช่วยลดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การใช้ระบบที่ใกล้เคียงกับการออฟกริดยังช่วยป้องกันปัญหาไฟฟ้าดับและรับมือกับค่าไฟที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต
แม้ว่าแบตเตอรี่จะต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้น แต่ในระยะยาวจะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และทำให้บ้านของคุณยังคงมีไฟฟ้าใช้ในช่วงเวลาที่คุณต้องการมากที่สุด ถือเป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ
ในหลายพื้นที่ บริษัทไฟฟ้าอาจจำเป็นต้องดำเนินการตัดไฟเป็นช่วง ๆ ในช่วงสภาพอากาศรุนแรง หรือเมื่อมีความเสี่ยงจากไฟป่า เพื่อความปลอดภัยและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าโดยรวม
หากคุณต้องการให้บ้านยังคงมีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่องในช่วงที่มีการดับไฟตามแผน พายุฤดูหนาว หรือพายุเฮอริเคน เครื่องปั่นไฟที่ใช้เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ทางเลือกที่ดีกว่าคือการพิจารณาระบบโซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงาน (PV และ ESS) จาก FusionSolar ซึ่งมอบโซลูชันที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และช่วยให้บ้านของคุณยังคงทำงานได้อย่างราบรื่น แม้ในยามที่โครงข่ายไฟฟ้าหลักไม่สามารถใช้งานได้